4. วิธีการติดตั้ง Root CA ใน Foxit บน Windows

การลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ผ่าน Certificate ของทาง TUC หรือ Thai University Consortium มีความจำเป็นต้อง Trust Root CA ของทาง TUC ก่อนเพื่อให้สามารถอ่าน CA ของ TUC ได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นก่อนการใช้งานจำเป็นต้องเพิ่ม Root CA ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานและติดตั้งลงในโปรแกรม Foxit  โดยมีขั้นตอนดังนี้       ขั้นตอนการติดตั้ง Root CA บน Windows   1. Download Thai University Consortium Certification Authority.cer  เมื่อได้ไฟล์ Thai University Consortium Certification Authority.cer ให้เปิดโปรแกรม Foxit ที่ SingIn ผ่าน

Read More

3. วิธีการติดตั้ง Root CA ใน Foxit บน MacOS

การลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ผ่าน Certificate ของทาง TUC หรือ Thai University Consortium มีความจำเป็นต้อง Trust Root CA ของทาง TUC ก่อนเพื่อให้สามารถอ่าน CA ของ TUC ได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นก่อนการใช้งานจำเป็นต้องเพิ่ม Root CA ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานและติดตั้งลงในโปรแกรม Foxit  โดยมีขั้นตอนดังนี้       ขั้นตอนการติดตั้ง Root CA บน MacOS 1. เข้าโปรแกรม Keychain Access ที่ Application -> Utilities -> Keychain Access     2.  เมื่อเข้าโปรแกรม Keychain Access ต้อง Import

Read More

1. Download Root CA เพื่อใช้งาน Thailand University Consortium (TUC)

ระบบตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัล สามารถตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัลที่ทำการเซ็นเอกสารด้วยใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้สมาคมมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย Thailand University Consortium Root CA (TUC) หากเป็นเอกสารที่ลงลายเซ็นดิจิทัลด้วยใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้สมาคมมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย Thailand University Consortium Root CA (TUC) จำเป็นต้องทำการติดตั้ง  Root CA ของ TUC เพื่อให้สามารถตรวจสอบเอกสารเพื่อความน่าเชื่อถือ     Root CA ของ TUC distribute มีสองแบบ 1. รูปแบบเป็น Form Data Format (fdf) สำหรับ import โดย Adobe Reader ถ้าใช้ Adobe Reader/Acrobat แนะนำให้ใช้ไฟล์นี้ https://cdp.kku.ac.th/TUCTrustedCert.fdf 2. รูปแบบเป็น standard PEM format ใช้ได้กับโปรแกรมอื่น ๆ รวมถึงของ Adobe ,

Read More

ป้องกันตนเองจากมัลแวร์

ป้องกันตนเองจากมัลแวร์ เราอยากจะเชื่อว่าอินเทอร์เน็ตเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและไม่มีการหลอกลวง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชญากรออนไลน์และแฮ็กเกอร์หลบซ่อนอยู่ทุกที่ และพยายามที่จะก่อปัญหา การก่อปัญหาวิธีหนึ่งคือการแพร่กระจายมัลแวร์ คุณสามารถป้องกันตัวเองโดยการศึกษาว่ามัลแวร์คืออะไร วิธีการแพร่กระจาย และวิธีการป้องกัน มัลแวร์คืออะไร “มัลแวร์” หมายถึงซอฟต์แวร์ทุกชนิดที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อทำอันตรายคอมพิวเตอร์ มัลแวร์สามารถขโมยข้อมูลสำคัญจากคอมพิวเตอร์ของคุณ และจะค่อยๆ ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง หรือแม้กระทั่งส่งอีเมลปลอมจากบัญชีอีเมลของคุณโดยที่คุณไม่ทราบ ต่อไปนี้คือประเภทของมัลแวร์ที่พบบ่อย ซึ่งคุณน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง ไวรัส: โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นอันตราย ซึ่งจำลองตัวเองและฝังตัวในคอมพิวเตอร์ได้ เวิร์ม: โปรแกรมคอมพิวเตอร์อันตรายที่ส่งตัวจำลองที่สร้างขึ้นไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นโดยผ่านเครือข่าย สปายแวร์: มัลแวร์ที่เก็บข้อมูลจากบุคคลอื่นโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว แอดแวร์: เป็นซอฟต์แวร์ที่เล่น แสดง หรือดาวน์โหลดโฆษณาบนคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ ม้าโทรจัน: โปรแกรมทำลายล้างที่หลอกว่าเป็นแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์ แต่แท้จริงแล้วจะทำอันตรายกับคอมพิวเตอร์หรือขโมยข้อมูลของคุณหลังจากติดตั้ง มัลแวร์แพร่กระจายอย่างไร มัลแวร์เข้าสู่คอมพิวเตอร์ของคุณได้หลายวิธี ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่พบบ่อย การดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ฟรีจากอินเทอร์เน็ตที่มีมัลแวร์แฝงอยู่ การดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายที่แอบมีมัลแวร์ผูกติดมาด้วยในชุด การเข้าชมเว็บไซต์ที่ติดเชื้อมัลแวร์ การคลิกข้อความแสดงข้อผิดพลาดหรือหน้าต่างป๊อปอัปปลอม ซึ่งเป็นการเริ่มดาวน์โหลดมัลแวร์ การเปิดไฟล์แนบอีเมลที่มีมัลเแวร์ มัลแวร์มีวิธีแพร่กระจายที่แตกต่างกันมากมาย แต่คุณสามารถหยุดการแพร่กระจายนั้นได้ ตอนนี้คุณรู้แล้วว่ามัลแวร์คืออะไรและทำงานอย่างไร ต่อไปลองมาดูวิธีป้องกันตนเองที่ใช้การได้จริง ที่มา  :  https://support.google.com/google-ads/answer/2375413?hl=th#zippy=

Email Phishing

Phishing คือคำที่ใช้เรียกเทคนิคการหลอกลวงโดยใช้อีเมลหรือหน้าเว็บไซต์ปลอมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสร้างความเสียหายในด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการเงิน เป็นต้น ในบทความนี้จะเน้นในเรื่องของ Phishing ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหลอกลวงทางการเงิน เนื่องจากจะทำให้ผู้อ่านมองเห็นผลกระทบได้ง่าย คำว่า Phishing เป็นคำพ้องเสียงจากคำว่า Fishing ซึ่งหมายถึงการตกปลา หากจะเปรียบเทียบง่าย ๆ ผู้อ่านสามารถจินตนาการได้ว่า เหยื่อล่อที่ใช้ในการตกปลา ก็คือกลวิธีที่ผู้โจมตีใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งเหยื่อล่อที่เด่น ๆ ในการหลอกลวงแบบ Phishing มักจะเป็นการปลอมอีเมล หรือปลอมหน้าเว็บไซต์ที่มีข้อความซึ่งทำให้ผู้เสียหายอ่านแล้วหลงเชื่อ เช่น ปลอมอีเมลว่าอีเมลฉบับนั้นถูกส่งออกมาจากธนาคารที่ผู้เสียหายใช้บริการอยู่ โดยเนื้อความในอีเมลแจ้งว่า ขณะนี้ธนาคารมีการปรับเปลี่ยนระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และธนาคารต้องการให้ลูกค้าเข้าไปยืนยันความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางลิงก์ที่แนบมาในอีเมล เป็นต้น เมื่อผู้เสียหายคลิกที่ลิงก์ดังกล่าว ก็จะพบกับหน้าเว็บไซต์ปลอมของธนาคารซึ่งผู้โจมตีได้เตรียมไว้ เมื่อผู้เสียหายเข้าไปล็อกอิน ผู้โจมตีก็จะได้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของผู้เสียหายไปในทันที ในหลาย ๆ ครั้งการหลอกลวงแบบ Phishing จะอาศัยเหตุการณ์สำคัญที่เกิดในช่วงเวลานั้น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสของการหลอกลวงสำเร็จ เช่น อาศัยช่วงเวลาที่มีภัยธรรมชาติหรือโรคระบาด โดยปลอมเป็นอีเมลจากธนาคารเพื่อขอรับบริจาค เป็นต้น หน้าเว็บไซต์ปลอมบางหน้าจะใช้วิธีการที่แยบยล

Read More

วิธีการเปลี่ยนหน้า Error เพื่อไม่ให้กระทบกับอันดับของ SEO

วิธีการเปลี่ยนหน้า Error เพื่อไม่ให้กระทบกับอันดับของ SEO   หากต้องการเปลี่ยนเส้นทางข้อผิดพลาด 403, 404, 500 และ 550 ไปยังหน้าเดียวกัน (เช่น error.html) จากนั้นเปลี่ยนเส้นทาง error.html ไปยังหน้าใหม่โดยใช้การเปลี่ยนเส้นทาง 301 โดยไม่ส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ SEO ของคุณ คุณสามารถใช้ขั้นตอนต่อไปนี้:   สร้างหน้าแสดงข้อผิดพลาดที่กำหนดเองโดย สร้างไฟล์ HTML ใหม่หรือแก้ไขหน้าที่มีอยู่ด้วยข้อความที่คุณต้องการแสดงต่อผู้ใช้ที่พบข้อผิดพลาด คุณสามารถตั้งชื่อได้เช่น html   สร้างไฟล์ .htaccess ภายในเว็บไซต์โดยอยู่นอกสุดของ Directory เว็บไซต์ และเพิ่มข้อความดังนี้   # Redirect 403 error to custom error page ErrorDocument 403 /error.html   # Redirect 404 error to custom

Read More

แก้ปัญหาหน้าเว็บติด SSL ERROR

ในบ้างครั้งมีความจำเป็นต้องเข้าใช้งานเว็บไซต์หรือระบบบางอย่างที่ไม่ได้กำหนด SSL หรือ  SSL Expire แล้วไม่สามารถกด Advance และเข้าหน้าเว็บไปต่อได้ จะมีวิธีการแก้ปัญหาดังนี้ เข้าหน้าระบบที่พบปัญหาและกดที่ปุ่ม Advance   2. เมื่อกด Advance แล้วไม่พบ Link ที่จะไปสู่หน้าระบบที่ต้องการใช้งาน วิธีการแก้ปัญหา 2.1 ให้เอาเม้าส์คลิกที่หน้า Browser ตรงไหนก็ได้ แล้วกดแป้นคีย์บอร์ดพิมพ์ว่า ” thisisunsafe ” พิมพ์อย่างเดียวไม่ต้องกด Enter (ตอนพิมพ์จะไม่เห็นตัวหนังสือแสดง) ก็จะสามารถเข้าใช้งานระบบได้   3. เมื่อกด thisisunsafe แล้วหน้า Browser จะ Redirect  ไปยังหน้า Login ของระบบ

การเข้าใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้อง โดยไม่กระทบผู้ใช้งานคนอื่นๆในองค์กร

การเข้าใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้อง โดยไม่กระทบผู้ใช้งานคนอื่นๆในองค์กร ปัญหาที่พบบ่อยมากในองค์กร การเข้าใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่ได้ โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียบสาย Lan สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้ จุดสถานที่ดังกล่าวไม่มี ช่องเสียบสัญญาณLan หรือไม่มีสัญญาณ Wi-Fi เพื่อใช้งาน Internet แก้ไขปัญหานี้ก็ต้องให้ผู้ชำนาญเดินสายสัญญาณเพิ่ม หรือหาอุปกรณ์กระจายสัญาญาณ Wi-Fi มาติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ใช้งานInternet ได้ ถ้าจุดสถานที่ดังกล่าวมี ช่องเสียบสัญญาณLan น้อยกว่า จำนวนผู้ใช้งาน และไม่มีสัญญาณ Wi-Fi แก้ปัญหานี้ก็ไปจัดหาอุปกรณ์กระจายช่องสัญญาณมาต่อเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ switch เพื่อเพิ่มช่องเสียบสายLan ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือถ้ายุ่งยากในการเดินสายLan ก็หาอุปกรณ์สัญญาณแบบไร้สาย Wi-Fi มาต่อกับช่องสัญาญาณLan ในจุดดังกล่าว ผู้ใช้งานInternet ได้ แต่ปัญหาที่เกิดตามมาในข้อ 2 เมื่อเอาอุปกรณ์ Wireless Router มาต่อเข้ากับช่องสัญญาณ Lan  ซึ่งตัวอุปกรณ์ดังกล่าว ทำตัวเป็น DHCP server แล้วมันคืออะไร DHCP server ก็คือว่าตัวมันจะแจก IP Address ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อ

Read More